thanapongphan.com

เหตุผลที่ธุรกิจทำไมต้องทำ Digital Transformation (Part 1/2)

 Share

ผมพบข้อมูลที่น่าสนใจจาก Harvard Business Review ได้สำรวจผู้บริหารระดับ C-Level ทั่วโลกเมื่อปี 2016 ต่อความเห็นว่าอุตสาหกรรมใดที่จะได้รับผลกระทบ Digital Disruption ในอีก 12 เดือนข้างหน้า นั่นก็คือปี 2017 นี้ มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรม Media, Telecom, Consumer Financial Services, Retail, Technology ในปีนี้ผู้อ่านคงเห็นแล้วนะครับว่าทุกอุตสาหกรรมเหล่านี้เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

 

ส่วนในปีนี้รายงานเรื่อง Digital Transformation Initiative จัดทำโดย World Economic Forum เมื่อเดือนมกราคม 2017 ที่ผ่านมา  พบว่า อุตสาหกรรมที่จะถูก Disrupt มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Accommodation, Automotive, Construction, Luxury Apparel และ Medical Equipment 

ตัวอย่างแรก ที่ทุกท่านคุ้นเคยกันดีคือ UBER ผู้ให้บริการ On-Demand Car Service แอปเรียกรถยนต์ที่หลายๆ ท่านคงเคยมีโอกาสใช้บริการ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2552 หรือประมาน 8 ปีที่แล้ว เมื่อเดือนกรกฏาคม 2560 มีมูลค่าธุรกิจสูงถึง 69 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ประเภทใดเลยแม้แต่คันเดียว! ด้วยจำนวนพนักงานเพียง 12,000 คน (ในจำนวนนี้ UBER ไม่นับรวมผู้ขับรถเป็นพนักงาน) ซึ่งมูลค่านี้มากกว่า BMW ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 4 ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ที่มีพนักงานมากถึง 124,729 คน (ข้อมูลเมื่อสิ้นปี 2559) มูลค่าของ UBER นี้เป็นรองจาก Top 3 ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ Volksawagen, Daimler (เจ้าของรถ Mercedes-Benz) และ Toyota เท่านั้น 

เมื่อมาดูมูลค่าของ Tesla บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2546 และมียอดขายในปี 2559 เพียง 83,922 คัน กลับมีมูลค่าสูงถึง 57.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ติดอันดับ 5 ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของโลก เป็นรอง BMW ที่อยู่อันดับ 4 ที่มีมูลค่า 61.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจะมียอดขายสูงถึง 2 ล้านคัน เมื่อปี 2559


 

มาลองดูผลกระทบว่า UBER เป็นภัยคุกคามกับธุรกิจอะไรบ้าง

แน่นอน ทุกท่านต้องนึกถึงผู้ให้บริการ Taxi ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามธุรกิจผู้ให้บริการด้านการขนส่งและคมนาคม โลจิสติกส์เดลิเวอรี่ ผู้ให้บริการรถ Limousine หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมรถยนต์ รถไฟฟ้าและรถไร้คนขับในอนาคต และพลังงาน ฯลฯ ต่างได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดกันทั้งสิ้น 


 

อีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก็คือ airbnb

airbnb เริ่มต้นจากการให้เจ้าของที่พักทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเม้นท์ ปราสาท บ้านพักตากอากาศ ฯลฯ สามารถให้บริการที่พักค้างคืนแก่นักท่องเที่ยวทั่วไปได้ ปัจจุบันมีเจ้าของที่พักอยู่ใน marketplace ของ airbnb แล้วมากกว่า 3,000,0000 สถานที่จาก 65,000 เมือง ใน 191 ประเทศทั่วโลก โดยปัจจุบันมีการต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคนที่เป็นสมาชิกในคอมมูนิตี้ของ airbnb
 

ปัจจุบัน airbnb มีมูลค่า 31 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมู  จาก CNBC เมื่อ 16 พฤษภาคม 2560) ทั้งที่ก่อตั้งมาได้เพียง 9 ปีและมีพนักงานเพียง 3,100 คน โดยไม่ได้เป็นเจ้าของที่พักแม้แต่ที่เดียว!

สำหรับ Marriott ก่อตั้งเมื่อปี 1927 หรือประมาน 90 ปีที่แล้ว ข้อมูลจาก Forbes ในเดือนพฤษภาคม 2560 พบว่า มีมลูค่า 34.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีพนักงาน 226,500 คนทั่วโลก และให้บริการที่พักกว่า 6,000 แห่ง ใน 122 ประเทศทั่วโลก


 

แน่นอนว่าผลกระทบของ airbnb ไม่ได้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโรงแรม แต่ยังเป็นคู่แข่งกับผู้ให้บริการ OTA (Online Travel Agency) ทั้ง Priceline group เจ้าของเว็บไซต์ booking.compriceline.comagoda.comKAYAK.comrentalcars.comและ OpenTabale.com ที่ให้บริการอยู่ใน 220 ประเทศทั่วโลก ในเดือนพฤษภาคม 2560 พบว่า มีมลูค่า 87 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีพนักงาน 18,500 คน

นอกจากนี้ airbnb ยังเป็นคู่แข่งกับ Expedia โดย Expedia มี HomeAway มาชนกับ airbnb โดยตรง อีกด้วย โดยปัจจุบันกลุ่ม Expedia (Expeia Inc) มีมูลค่า 18.9 พันล้านเหรียญ ด้วยจำนวนพนักงาน 20,075 คน และให้บริการที่พัก 435,000 แห่ง 500 สายการบิน รวมถึงการให้บริการรถเช่าและเรือท่องเที่ยวทั่วโลก


 

จากสองกรณีนี้ UBER และ airbnb เข้ามา Disrupt ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม และเป็นเพียงเหตุผลหนึ่งที่ธุรกิจทำไมต้องทำ Digital Transformation และทำไมการทำธุรกิจในรูปแบบของ Platform ประสบความสำเร็จกว่าการทำธุรกิจในรูปแบบเดิม


 

ในธุรกิจของคุณเอง คุณอาจจะบอกว่า ยังไม่มีผู้เล่นอย่าง UBER และ airbnb ในอุตสาหกรรมของคุณ แต่ผมอยากจะขอบอกว่า คุณอาจจะยังไม่ทันระวังและยังไม่รู้ตัวว่ามีอยู่ก็เป็นไปได้


 

และเมื่อธุรกิจของคุณตระหนักและเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจเดิมของคุณ คุณก็อาจสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที ด้วยการ Transform ธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้ด้วยความสมัครใจ (เต็มใจ) ดีกว่าวันหนึ่งถูกคนอื่น (คู่แข่ง) บังคับให้จำใจTransform



 

ในบทความครั้งหน้า เหตุผลที่ธุรกิจทำไมต้องทำ Digital Transformation (Part 2/2) ผมจะขอยกตัวอย่างอุตสาหกรรมอื่นเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไมคุณต้องทำ Digital Transformation ครับ

หากผู้อ่านได้อ่านถึงตรงนี้แล้วสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจะมีการเปิดคอร์สอบรมในหัวข้อ Enable Digital Transformation - Think Platform ในวันศุกร์

 

ที่ 3 พฤศจิกายนนี้ สามารถดูหัวข้อและรายละเอียดการอบรมได้ที่ www.u23.in.th นะครับ มาร่วมเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์กันได้ครับ แล้วพบกันครับ