thanapongphan.com

จะเริ่มและทำ Digital Transformation สำเร็จได้อย่างไร (Part 2/2)

 Share

เมื่อเข้าใจการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากบทความที่แล้ว จะเริ่มและทำ Digital Transformation สำเร็จได้อย่างไร  ผมขอเล่าต่อ เรื่อง DATA ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการทำ Digital Transformation ในองค์กร แล้วองค์กรจะใช้ DATA อย่างไรในการ Transform ธุรกิจ


 

หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับคำว่า Big Data และหลายๆ คนคงอยากจะทำ Big Data ในธุรกิจกันใช่ไหมล่ะครับ


 

สิ่งที่ผมแนะนำคือให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นที่ “ข้อมูล หรือ DATA” กันก่อนครับ ด้วยการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า คุณต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กรของคุณในเรื่องอะไร? 


 

ต้องการทำให้กระบวนการธุรกิจเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน ลดความสูญเสีย ลดเวลา ลดคนงาน ฯลฯ 


 

หรือต้องการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการแก่ลูกค้าหรือผู้บริโภค


 

หรือต้องการสร้างแบรนด์ การวางแผนการตลาด การทำ CRM ฯลฯ


 

แล้วค่อยมากำหนดวัตถุประสงค์และ KPIs จากนั้นเลือกว่าเมื่อได้รับ DATA แล้ว ต้องการให้ DATA สร้างคุณค่าอะไรต่อธุรกิจ 


 

ปัญหาที่มักจะพบคือ หลายๆ DATA ที่ธุรกิจต้องหามานั้น ยังอยู่ในรูปแบบ Paper จึงต้องทำให้เป็น Paperless ก่อนจึงจะเริ่มทำ DATA ได้ 

อีกปัญหาหนึ่งคือ DATA ที่ต้องการเก็บเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อนั้น อยู่กระจัดกระจาย อยู่คนละที่คนละระบบ ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับที่จะต้องหาทางที่จะทำอย่างไรให้สามารถรวมศูนย์ DATA มาให้ได้ 


 

อีกปัญหาหนึ่งคือ DATA ที่มีอยู่ไม่เพียงพอ หรือต้องหาทางเก็บมาให้ได้ เพื่อจะได้นำ DATA มาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างประโยชน์ให้แก่ธุรกิจได้ ซึ่งบางครั้งอาจจำเป็นต้องพัฒนาหรือใช้เครื่องมือต่างๆ เพิ่มเติม เช่น โมบายแอปพลิเคชัน, Social Listening เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้


 

เมื่อได้กรอบการดำเนินงานเรื่อง DATA แล้ว หลังจากนี้จะเป็นหน้าที่และบทบาทของทีมงานที่เกี่ยวข้อง เช่น IT Engineer, Data Engineer, Data Scientist, นักสถิติ และ Business Analyst ที่จะช่วยนำ DATA ของคุณมาทำ Big Data สำหรับธุรกิจของท่านต่อไป


 

เมื่อธุรกิจได้เริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็ถึงเวลาการสร้าง Innovation ให้เกิดขึ้น

หลายธุรกิจอาจประสบปัญหาในการขับเคลื่อนเรื่อง Innovation ในองค์กร สิ่งสำคัญคือธุรกิจของคุณควรมีการเปลี่ยน mindset และทัศนคติที่มีต่อการทำการทดลองอะไรใหม่ๆ โดยเปลี่ยนจากการสร้าง Innovation แบบเดิม คือ

เริ่มตั้งแต่การสังเกต > การสร้างไอเดียความเป็นไปได้ต่างๆ > การวิเคราะห์ > การตัดสินใจ > การออกแบบ > การพัฒนาสินค้า/บริการ > และการได้รับฟีดแบคจากลูกค้า 

มาเป็นการขับเคลื่อนนวัตกรรมจากการทดลองในสเกลที่เล็กลงและได้ฟีดแบคจากลูกค้าเร็วขึ้น ก็จะช่วยลดเวลา, บุคลากร, ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยง ได้มาก 


 

ทั้งนี้ในการสร้าง Innovation ขอให้คำนึงถึง 

1. เป็นสิ่งที่คนใช้ชอบและเกิดประโยชน์

2. มีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ

3. สามารถพัฒนาและทำให้เกิดขึ้นจริงได้


 

โดยหลักการ Lean Startup และ Design Thinking รวมถึงการทำ Design Sprint จะเป็นเครื่องมือและแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณสร้าง Innovation ในองค์กรได้

หลังจากนั้น ธุรกิจของคุณต้องทำเรื่อง การออกแบบ Value Proposition ที่ไม่ได้มองแค่โมเดลทางธุรกิจในปัจจุบัน แต่คำนึงถึงว่าทำอย่างไรธุรกิจจึงจะสามารถปรับตัวและยังมีคุณค่าต่อลูกค้าหรือผู้บริโภคแต่ละกลุ่มในยุคดิจิตอลที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง


 

สิ่งสำคัญใน การทำ Digital Transformation ให้ประสบความสำเร็จ นอกจากต้องเข้าใจการแข่งขันในอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปอย่างไรแล้ว ยังต้องทราบว่าเทคโนโลยีอะไรที่จะเข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนรูปแบบในการแข่งขัน แล้วส่งกระทบต่อธุรกิจอย่างไร


 

สำหรับองค์กรเองก็จำเป็นต้องกำหนด Vision และ Mission ใหม่ รวมถึงทบทวนคำนิยามและคุณค่าของธุรกิจตนเองให้สอดคล้องและทันกับการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป


 

สุดท้าย แต่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ที่จะต้องคิดใหม่และเปลี่ยนแปลง  ก็คือ ตัวคุณเอง 

 

ที่จะต้องสร้างความพร้อมในการเป็นผู้นำและมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรของคุณเอง


 

ผมขอจบบทความเรื่อง จะเริ่มและทำ Digital Transformation สำเร็จได้อย่างไร? ไว้เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะได้แนวคิดเพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณต่อไปครับ 


 

ตอนต่อไป ห้ามพลาดเลยนะครับ ผมจะเขียนเรื่องที่หลายคนได้ถามผมมา คือ อะไรที่ทำให้ธุรกิจถูก Disrupt กับบทความเรื่อง “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ต้นเหตุที่ทำให้เกิด Disrupt จนทำให้ธุรกิจต้องทำ Digital Transformation”